RSS

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน

               อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตั้งอยู่ที่ ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี (ที่ทำการอุทยาน ตั้งอยู่ที่ ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง) ครอบคลุมพื้นที่ 80,000 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อ 1 กันยายน พ.ศ. 2525 คำว่า สิมิลัน เป็นภาษายาวี หรือ มลายู แปลว่า เก้า หมู่เกาะสิมิลันเป็นหมู่เกาะเล็กๆ ในทะเลอันดามัน มี 9 เกาะ เรียงจากเหนือ มา ใต้ คือ เกาะหูยง เกาะปายัง เกาะปาหยัน เกาะเมี่ยง เกาะปายู เกาะหัวกะโหลก เกาะสิมิลัน และเกาะบางู หมู่เกาะสิมิลัน ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่เกาะที่มีความสวยงามทั้งบนบกและใต้น้ำ มีปะการังที่สวยงามหลายชนิด สามารถดำน้ำได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก สามารถพบปลาที่หายาก เช่น วาฬ โลมา ปลาไหลมอเร่(moray) ช่วงเดือนที่น่าเที่ยวมากที่สุด คือช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน นอกจากนั้นจะประกาศปิดเกาะ

เกาะสิมิลัน เกาะแปด เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด มีหาดทรายขาวละเอียด ใต้ทะเลมีปะการังหลายชนิด เป็นเกาะที่สามารถดำทั้งน้ำลึกและน้ำตื้น ด้านเหนือของเกาะมีหินขนาดใหญ่ มีลักษณะคล้ายรองเท้าบู๊ต ถัดมาเป็นหินเรือใบเกาะบางู เกาะเก้า เป็นเกาะเล็กๆ กองหินคริสต์มาสพอยต์ เป็นกองหินใต้น้ำขนาดใหญ่ มีความสวยงามเกาะหัวกะโหลก หินปูซา เกาะเจ็ด มีลักษณะคล้ายหัวกะโหลก มีหุบเขาใต้น้ำ สามารถพบปะการังอ่อน กัลปังหา สามรถพบปลากระเบนราหู และปลาฉลามวาฬได้มากที่สุดในอุทยานเกาะเมี่ยง เกาะสี่ เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสอง เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ (มส.1) มีสัตว์ที่หายาก เช่น ปูไก่

การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน

จากท่าเรือทับละมุ อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ไปยังเกาะสี่ เป็นระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 1.45 ชั่วโมง เป็นเรือเร็ว ค่าโดยสารคนละ 1,700 บาท สามารถติดต่อได้จากบริษัททัวร์ที่ทับละมุได้

-คุระบุรี กรีนวิว แทรเวล โทร./ แฟกซ์ 0-7649-1414, 0-7642-1360,0-7642-1477-8, 0-1229-6866-7, 0-1958-6973www.kuraburigreenview.com, e-mail : kuraburi@thaimail.com       

-JACK TOUR        โทร.0-7644-3205, 0-9874-2314

-พระนางทัวร์         โทร./ แฟกซ์ 0-7643-2375, 0-1477-3981, 0-1892-6701,  กรุงเทพฯ โทร. 0-2885-5633, 0- 2885-5634   

-เตือนใจทัวร์          โทร.0-7659-5037, 0-9871-5275

-รุ่งอรุณทัวร์           ทับละมุ โทร.0-9800-6342, คุระบุรี 0-7649-1142, กรุงเทพฯ โทร. 0-994-4788,แฟกซ์ 0-2994-4787, www.rtour.co.th, e-mail : sales@rtour.co.th

-เม็ดทรายทัวร์       โทร./ แฟกซ์ 0-7644-3276, 0-1893-8042

-วรีวรรณทัวร์         โทร.0-7781-2527, 0-9725-0050

-เพชรมณีทัวร์        โทร.0-7782-0060, 0-1892-8996

-เรือดวงสมพร       โทร.0-7644-3143

รูปสวยๆเกาะสิมิลัน

.

.

.

อ้างอิง  http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%99

 
 

โรคในช่องปากที่พบได้บ่อยในสัตว์เลี้ยง

คุณรู้ไหมว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรสุนัขและแมวที่มีอายุมากกว่า 3 ปี จะแสดงอาการทางช่องปากให้เห็น 

เพราะปัญหาในช่องปากและฟันของสัตว์ควรมีการเอาใจใส่ดูแลไม่ต่างจากมนุษย์ ซึ่งปัญหาในช่องปากที่พบได้บ่อยในสัตว์เลี้ยง ได้แก่ การเกิดหินปูนที่ตัวฟัน โรคเหงือกอักเสบ และเนื้องอกในช่องปาก เป็นต้น
สิ่งที่สุนัขและแมวแตกต่างจากคนคือ พวกเขาไม่สามารถที่จะหยิบแปรงสีฟันขึ้นแปรง หรือทายาสีฟันในปากด้วยตัวเอง ดังนั้นเราที่เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงเหล่านั้น ควรจะดำเนินการเพื่อช่วยเหลือเพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีของสัตวเลี้ยงที่เรารัก เพราะวิธีที่ดีที่สุดที่จะป้องกันโรคเหงือกและโรคฟันดังกล่าวคือ การดูแลทำความสะอาดในช่องปากอย่างสม่ำเสมอ
บางครั้งเราอาจมองไม่เห็นว่า ลำพังแค่การอักเสบของฟันจะเป็นสาเหตุโน้มนำให้เกิดโรคที่ร้ายแรงตามมาได้อย่างไร แต่ในความเป็นจริงแล้ว แบคทีเรีย ที่อยู่ในช่องปากจะไปตามกระแสเลือดเข้าสู่อวัยวะที่สำคัญต่าง ๆ ในร่างกายได้อย่างไม่ยากเย็น ทำให้เกิดอาการอักเสบเรื้อรังของอวัยวะที่สำคัญในร่างกาย เช่น โรคลิ้นหัวใจอักเสบ หรือโรคตับ ซึ่งอาจทำให้สัตว์เสียชีวิตในเวลาต่อมา
อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่ายินดีว่าภัยจากโรคดังกล่าวสามารถป้องกันได้ หากเราตรวจพบอาการดังกล่าวได้ก่อนในระยะแรกและทำการรักษาอย่างถูกวิธี โดยเริ่มต้นจากการสังเกตของเจ้าของ จากนั้นหากมีความผิดปกติควรรีบนำสัตว์มาพบสัตวแพทย์เพื่อรักษาก่อนจะสายเกินไป
คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า สัตว์เลี้ยงของคุณมีปัญหาสุขภาพช่องปาก
1. การดูภายนอก เช่น มีกลิ่นปาก กลิ่นเหม็น เบื่ออาหาร อยากกินแต่ไม่ยอมกินอาหารเม็ดหรือขนมที่แข็ง น้ำหนักลดลง น้ำลายไหลยืด น้ำลายมีเลือดหรือหนองปน น้ำมูกไหลใสจนถึงข้นเขียว เป็น ๆ หาย ๆ รักษาไม่หายขาดเสียที หรือมีฝีที่ใต้ตา
2. การดูภายในปาก เช่น สีฟันเปลี่ยน เหงือกบวม เหงือกแดง มีหนองที่เหงือก ฟันหลุด มีก้อนเนื้อ มีแผลที่กระพุ้งแก้มหรือลิ้น มีหินปูนเกาะตัวฟัน โดยหินปูนจะมีสีน้ำตาลและแข็ง ซึ่งเราสามารถแบ่งระดับการเกิดหินปูนอย่างง่าย ๆ ได้ดังนี้
  • ระดับที่ 1 หินปูนน้อย มีหินปูนเกาะน้อยกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ของตัวฟัน อาจเห็นติดเป็นเส้นสีน้ำตาลที่ขอบเหงือก สีของเหงือก อาจยังดูปกติหรือแดงเล็กน้อย สามารถรักษาด้วยการขูดหินปูน
  • ระดับที่ 2 หินปูนปานกลาง มีหินปูนเกาะน้อยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของตัวฟัน อาจเห็นติดเป็นก้อนสีน้ำตาล สีของเหงือกแดง และบวมอักเสบ สามารถรักษาด้วยการขูดหินปูน
  • ระดับที่ 3 หินปูนมาก มีหินปูนเกาะน้อยกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ของตัวฟัน สีของเหงือกแดงมาก บวมและอาจมีเลือดออกเมื่อกินอาหารแข็งหรือแปรงฟัน เริ่มมีเหงือกร่น ฟันบางซี่หินปูนเยอะหรือคมจนทำให้เกิดแผลที่กระพุ้งแก้ม ซึ่งในระดับนี้ การรักษาด้วยการขูดหินปูนอาจไม่เพียงพอ อาจต้องถอนฟัน รักษารากฟันและทานยาปฏิชีวนะ
  • ระดับที่ 4 หินปูนรุนแรง มีหินปูนเกาะมากกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ของตัวฟัน มีเหงือกร่น เหงือกแดงมาก บวมและอาจมีหนอง พบครีมสีขาวๆ บนรอยต่อระหว่างเหงือกและฟันส่งกลิ่นเหม็นมาก ลมหายใจมีกลิ่นแรง ซึ่งในระดับนี้ไม่สามารถรักษาด้วยการขูดหินปูนได้ ต้องถอนฟัน และทนยาปฏิชีวนะ
อย่างไรก็ตาม อาการในสัตว์แต่ละตัวอาจมีระดับความรุนแรงที่แตกต่างกัน และขึ้นอยู่กับแต่ละซี่ฟันด้วย ซึ่งสัตวแพทย์จะให้การรักษาที่เหมาะสมตามแต่ระดับที่พบ ทว่าหากเจ้าของพบตั้งแต่ระดับ 1-2 อย่าง รอช้าควรรีบพามาขูดหินปูนเพื่อป้องกันโรคเหงือกและการติดเชื้อจากในช่องปากไปสู่ร่างกาย
ทั้งนี้ เจ้าของควรหมั่นเปิดปากสัตวเลี้ยงตั้งแต่ยังเล็กเพื่อให้เกิดความคุ้นเคย และง่ายต่อการสังเกตอาการตั้งแต่ระยะแรก โดยจำไว้ว่า โรคฟันสามารถทำให้เกิดโรคร้ายแรงต่าง ๆ ตามมา และขอให้เจ้าของสัตว์อย่าละเลย ขอให้นำสัตว์มาหาเราที่เป็นสัตวแพทย์ที่พร้อมจะช่วยเหลือคุณและสัตว์เลี้ยงอย่างเต็มความสามารถ
.
.
อ้างอิง  http://www.108health.com/108health/topic_detail.php?mtopic_id=1663&sub_id=34&ref_main_id=9
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กุมภาพันธ์ 17, 2012 in สัตว์เลี้ยง

 

สมุนไพรไทยโด่ไม่รู้ล้ม

           โด่ไม่รู้ล้ม หรือที่รู้จักกันดีในนาม สมุนไพรไทย ส่วยของ โด่ไม่รู้ล้ม ที่มักจะนิยมมาทำเป็นยารักษาโรคก็คือ ต้น ราก ใบ และบ่อยครั้งที่มักจะมีคำถามว่า โด่ไม่รู้ล้มพันธุ์ไม้สมุนไพรใช้รากทำยาอะไร 
วันนี้เราก็มีคำตอบมาไขคำตอบของหลาย ๆ คนอีกด้วยค่ะ ว่าแล้วเราไม่รอช้าค่ะ เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่า โด่ไม่รู้ล้ม เนี่ยมีประโยชน์และสรรพคุณทางยาที่ช่วยรักษาโรคอะไรได้บ้างนะมาดูกันค่ะ

สรรพคุณ / ประโยชน์ โด่ไม่รู้ล้ม
– รากและใบ นำมารวมกันต้มเป็นยาแก้ไข้ ขับปัสสาวะ แก้อาการท้องร่วง แก้บิด กระเพาะเป็นแผล บรรเทาอาการ อาการเจ็บหน้าอก กินแก้กามโรคในสตรี เป็นยาปฏิชีวนะก็ได้

– ต้น ถ้านำมาต้มทั้งต้นเลยจะเป็นยาแก้ไอ วัณโรค แก้อักเสบ แก้ไข้ ห้ามเลือดกำเดา เป็นยาฝาดสมาน เหน็บชา นิ่ว ท้องมาน ใช้บำรุงหัวใจก็ได้ หรือขับน้ำเหลืองเสีย

– ใบ นำมาสด ๆ มาต้มกับน้ำมะพร้าวใช้รักษาโรคผิวหนังหรือแผลต่าง ๆ

– ลำต้นและใบ เอามาต้มรวมกันจะเป็นยาบำรุงเลือดได้ดีมากทำให้อยากอาหาร เหมาะสำหรับสตรีที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ

– ราก ถ้าตำผสมกับพริกไทยจะแก้อาการปวดฟันหรือนำมาต้มรับประทานหลังคลอดบุตรแก้อาเจียนได้

ข้อห้ามใช้

ผู้หญิงที่มีครรภ์ห้ามรับประทานหรือผู้ที่กลัวหนาวแขนขาเย็น

ตำรับยา

1. เลือดกำเดาออก ให้ใช้ต้นสด 30-60 กรัมต้มกับเนื้อหมูแดงพอประมาณแล้วทานติดต่อกัน 3-4 วัน (ถ้าเป็นต้นแห้งให้ใช้ 10-15 กรัม)

2. โรคดีซ่าน ใช้ต้นสด 120-240 กรัม ต้มกับเนื้อหมูกินติดต่อกัน 4-5 วัน

3. ท้องมาน ใช้ต้นสด 60 กรัม นำมาต้มกับน้ำดื่มเช้าเย็นหรือตุ๋นกับเนื้อหมูทานก็ได้

4. เหน็บชา ใช้ต้นสด 30-50 กรัม ผสมกับเต้าหู้ 60-120 กรัม หรือตุ๋นนำมาทานแก้ได้

5. ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ
 ใช้ต้นสด 30 กรัมต้มผสมน้ำดื่ม

6. นิ่ว ใช้ต้นสด 90 กรัม ต้มผสมกับเนื้อหมู 120 กรัม ใส่เกลือเล็กน้อยทาน 4 ครั้ง

7. ทอนซิลอักเสบหรือเจ็บคอ 
ให้ใช้ต้นที่แห้ง 6 กรัมนำมาแช่น้ำร้อน 300 มล. ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วดื่ม หรืออาจทำเป็นเม็ดทานก็ได้

8. ฝีบวมหรือฝีหนอง 
ใช้ต้นสดตำใส่เกลือ และน้ำส้มสายชู นำไปพอกตรงบริเวณที่เป็นนั้น


ข้อมูลทางคลีนิค


1. อักเสบจากการติดเชื้อชนิดต่าง ๆ
 โดยใช้สารสกัดความเข้มข้น 3 กรัม/มล. ฉีดเข้ากล้ามเนื้อครั้งละ 2 มล. วันละ 2-3 ครั้งในคนไข้ 112 รายซึ่งหลอดลมอักเสบ ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ลำไส้อักเสบ ฯลฯ พบว่าได้ผลดี 68 ราย ดีขึ้นชั่วคราว 38 ราย ไม่ได้ผลเลย 6 ราย

2. แผลเปื่อยในปาก
 ใช้ต้นแห้ง 30 กรัม ต้มน้ำดื่มวันละครั้ง ในคนไข้ 22 ราย หายจากอาการ 18 รายเฉลี่ยแล้วอาการดีขึ้นคือ 3 วันและติดตามมาเป็น 3 เดือน ผลปรากฏว่าผู้ป่วยทุกคนไม่มีอาการเกิดขึ้นอีก แต่พบว่ามีอาการรู้สึกไม่สบายท้อง

.

.

อ้างอิง  http://www.108health.com/108health/topic_detail.php?mtopic_id=934&sub_id=31&ref_main_id=8

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กุมภาพันธ์ 17, 2012 in บ้านและสวน

 

สารสกัดจากเมล็ดองุ่น

สารสกัดจากเมล็ดองุ่น เป็นสารซุปเปอร์แอนตี้ออกซิแดนท์ นักวิจัยได้ค้นพบคุณสมบัติและประสิทธิภาพที่โดดเด่นของสารนี้ สามารถกำจัดอนุมูลอิสระ

นอกจากนี้สารสกัดเมล็ดองุ่นยังสามารถกำจัดอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินซะ ถึง 20 เท่า และวิตามินอี 50 เท่า สามารถป้องกันและทำลายล้างจากการสารอนุมุลอิสระที่เกิดขึ้นในร่างกายตลอดเวลาจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอก

องค์ประกอบของสารสกัดจากองุ่นที่ให้ประโยชน์คือ OPCs หรือ Oilgomeric Proanthocyanidins เมื่อรับประทานเป็นประจำ OPCs จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายเพื่อกำจัดอนุมูลอิสระในระบบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เมื่ออนุมูลอิสระถูกทำลาย กลไกการทำงานของร่างกายจะเป็นปกติขึ้น

ผลที่ได้คือ ผิวพรรณมีความยืดหยุ่นแข็งแรงขึ้นริ้วรอยต่างๆ ลดลง เนื่องจากสารสำคัญในเมล็ดองุ่น OPCs มีลักษณะชอบเกาะอยู่กับโปรตีนชนิดที่เรียกว่าคอลลาเจน เข้าไปยับยั้งการการทำงานของเอนไซม์คอลลาจิเนส ซึ่งเป็นสาเหตุทำลายเนื้อเยื่อคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ช่วยให้คอลลาเจนซ่อมแซมตัวเองได้ จึงช่วยชะลอการเสื่อมของผิวพรรณไม่ให้แก่ก่อนวัย เพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของเส้นเลือดฝอยป้องกันเส้นเลือดเมื่อสภาพแตกรั่ว บรรเทาปัญหาเส้นเลือดขอด ช่วยชะลอภาวะการเกิดต้อกระจก

อย่างไรก็ตามการทำลายอนุมุลอิสระให้ได้ผลเพื่อชะลอการผิดปกตินั้นเราควรจะทำควบคู่ไปกับการออกำลังกาย งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีนต่างๆ เมื่อร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระเป็นประจำก็จะช่วยยืดอายุเซลต่างๆ ในร่างกายได้เป็นอย่างดีค่ะ

.

.

อ้างอิง http://www.108health.com/108health/topic_detail.php?mtopic_id=195&sub_id=75&ref_main_id=14

 

 

10 อันดับสวนน้ำอลังการที่สุดในโลก

อันดับ 10 Aqua Blu Park, Sharm El Sheik ประเทศ Egypt

สวนน้ำที่มีเครื่องเล่นมากถึง 20 เครื่องด้วยกัน พลาดไม่ได้ที่ต้องลองคือ Kamikaze และ Space Hole

อันดับ 9  Beach Park, Aquiraz ประเทศ Brazil



สไลด์เดอร์ของที่สวนน้ำ Beach Park แห่งนี้ ดำรงตำแหน่งสไลด์เดอร์ที่สูงที่สุดในโลกค่ะ เพราะสูงถึง 41 เมตร จะเล่นทีก็เสียวท้องไม่ใช่เล่น แต่การันตีความมันส์และไม่มีที่ไหนเหมือนค่ะ แถม Beach Park ยังได้รับรางวัลมากมายการันตีความสนุกสุดๆของทุกเครื่องเล่น

อันดับ 8 Blizzard Beach, Disney World, Florida ประเทศ USA

สวนน้ำหิมะแห่งแรกและแห่งเดียวของโลกค่ะ ถึงแม้จะไม่ใช่หิมะจริง แต่ก็ตกแต่งได้เหมือนทีเดียวเชียว เห็นแล้วก็คลายร้อนได้ระดับหนึ่งเลย ไฮไลท์ของที่นี่คือ Summit Plummet หรือสไลด์เดอร์ทั้งสูงทั้งชัน ระหว่างที่ลงมาตามสสไลด์เดอร์นั้น ความเร็วอยู่ที่ 55 ไมล์ต่อชั่วโมง…เค้าว่าเสียวกว่าเล่นรถไฟเหาะอี งี้ต้องไปลอง!

อันดับ 7 Ocean Park ประเทศ Hong Kong

ถ้าพูดถึงสวนน้ำหรือสวนสนุก จะลืม Ocean Park ไปได้อย่างไรหนอ ถึงแม้จะไม่ใช่สวนน้ำโดยตรง แต่ด้วยเครื่องเล่นและไฮไลท์ต่างๆ เช่น cable car หรือการจัดแสดงโชว์เกี่ยวกับสัตว์น้ำ เป็นต้น ใกล้ๆบ้านเรานี่เอง ใครๆเบื่อก็ไปเที่ยว Ocean Park แก้เซ็งได้ง่ายๆเลยนะ (แอบกระซิบบอก จำนวนคนมาเที่ยว Ocean Park ในแต่ละปีมีมากถึง 5 ล้านคนเชียวนะ!)

อันดับ 6  Waterland, Thessaloniki ประเทศ Greece

1 ในสวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรปค่ะ ถ้าได้ไปยุโรปช่วงซัมเมอร์ ใครๆก็ต้องแวะไป Waterland ให้ได้ โดยเฉพาะของเล่นชิ้นใหม่ที่เปิดล่าสุด Pirate Island เด็กๆกรี๊ดๆอยากไป เพราะอยากไปเป็นกัปตันแจ๊ค สแปร์โรว์ ส่วนอื่นๆก็จะเป็นสไลด์เดอร์ใหญ่ยักษ์ สระน้ำแบบมีคลื่น หรือแม่น้ำไหลเชี่ยว ให้เด็กๆและทุกคนได้เล่นสนุกจนลืมเวลากันได้ง่ายๆเลยค่ะ Waterland เปิดเดือนพฤษภาคม – กันยายนทุกปี

อันดับ 5  Super Aqua Club, Montreal ประเทศ Canada

สวนน้ำแห่งนี้ เรียกได้ว่าเป็นสวนน้ำรุ่นพี่ เพราะเปิดมานานกว่า 25 ปีแล้ว แต่ความเก่าของ Super Aqua Club ไม่ได้ตกลงเลยค่ะ ยังถือเป็น Tourist Attraction ของประเทศแคนาดาอยู่จนถึงทุกวันนี้ คงเพราะว่าทางสวนน้ำมีการปรับปรุงและทำตัวให้ทันสมัยอยู่เสมอๆ เช่นล่าสุด เปิดตัวสไลด์เดอร์ใหม่ถึง 6 ตัวเลย ที่สวนน้ำแห่งนี้มีเครื่องเล่นมากถึง 40 กว่าเครื่องเล่น แถมยังติดทะเลรอบๆ Lake of Two Mountains อีกด้วยนะคะ วันเดียวไม่พอแน่ๆ

อันดับ 4  Las Cascadas Water Park, Aguadilla, Puerto Rico

สวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในน่านน้ำทะเลมรกต Caribbean ด้วยอากาศร้อนชื้น ก็คงจะทำอะไรอื่นเป็นไม่ได้ นอกจากเล่นน้ำใช่มั้ยล่ะ Las Cascadas Water Park จึงฮิตตลอดปี ตลอดศก ตลอดเวลา ไม่มีวันไหนคนไม่เยอะ บรรยากาศจึงครึกครื้นสุดๆ คล้ายกับเล่นน้ำในคาริบเบียน แต่มีเครื่องเล่นมาให้คุณเพิ่มความสนุกเข้ามาค่ะ อย่าลืมพกอูคูเลเล่ไปกันนะ

อันดับ 3  Wet n’ Wild Water World, Gold Coast ประเทศ Australia

1 ในสวนน้ำมากมายของเมือง Gold Coast แต่ที่นี่ฮิตมาก อาจเป็นเพราะใกล้กับ Warner Brothers Movie World Park ด้วย คนจึงมาเที่ยวที่นี่เยอะแยะมากมายไม่ขาดสาย มีเครื่องเล่นกว่า 15 เครื่อง และสระน้ำอีก 4 สระค่ะ ที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ Aqualoop, Flowrider, Zip Line และ Sky Coaste

อันดับ 2  Siam Park, Tenerife, The Canary Islands

เห็นชื่อแล้วคงจะ งง Siam Park แต่ดันไปอยู่ที่ Canary Islands (เกาะในทวีปแอฟริกา) ใช่มั้ยล่ะ concept สุดแปลกของสวนน้ำนี้ก็คือ การจำลองประเทศไทยให้เป็นสวนน้ำใน Canary Islands ที่สุดจะสวยสวยสุดอยู่แล้ว แถมตอนเปิดงานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานอีกด้วยค่ะ สวนน้ำ Siam Park นั้นใหญ่มากครอบคลุมพื้นที่ถึง 18.5 เฮคเตอร์ และแม่น้ำที่สร้างขึ้นในสวนน้ำ แม้น้ำสวัสดี ยังถือเป็นแม่น้ำในสวนน้ำที่ยาวที่สุดในโลกอีกด้วย อาหารในสวนน้ำแห่งนี้เป็นอาหารไทย ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแหละว่าคนต่างประเทศเค้ารักประเทศไทยเราขนาดไหน

อันดับ 1 Chimelong Water Park, Guangzhou ประเทศ China

ครองตำแหน่งสวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ ณ ปัจจุบันค่ะ Chimelong ตั้งอยู่ติดกับสวนสนุกขนาดใหญ่ ซึ่งทั้ง 2 แห่งนี้รวมพื้นที่แล้วมีมากกว่า 60 เฮคเตอร์ ใหญ่สุดๆแถมยังมีเครื่องเล่นสุดเจ๋งที่เรียกว่า Tornado slide เป็นสไลเดอร์ที่ให้ประสบการณ์การถูกพายุทอร์นาโดดูดเข้าไปค่ะ คุณจะค่อยๆถูกดูดลงไปในอุโมงค์ และความเร็วจะเพิ่มขึ้นๆๆไปเรื่อยๆ ตื่นเต้นดีนักเชียว แถมยังมีเครื่องเล่นเยอะแยะ ที่การันตีความไฮเทคและสนุกสุดๆไว้คอยให้บริการเด็กๆและครอบครัวทั้งหลายค่ะ

อ้างอิง    http://www.toptenthailand.com/display.php?id=3695

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กุมภาพันธ์ 17, 2012 in 10 อันดับ

 

ประโยชน์ของเกลือแร่ชนิดต่างๆ

 เกลือแร่มีองค์ประกอบหลายๆ อย่าง ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยดูแล และทำงานร่วมกัน ทั้งแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ไอโอดีน ฯลฯ

แคลเซียม

  1. เป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูกและฟัน หากร่างกายขาดแคลเซียม จะทำให้โครงร่างของร่างกายเจริญเติบโตไม่เต็มที่
  2. ช่วยควบคุมการทำงานของหัวใจ กล้ามเนื้อ และระบบประสาท
  3. ช่วยทำให้เลือดแข็งตัว และทำให้เลือดหยุดเมื่อร่างกายกิดบาดแผล

ฟอสฟอรัส

  1. ทำงานร่วมกับแคลเซียมในการสร้างกระดูกและฟัน
  2. ควบคุสการปล่อยพลังงานในการเผาไหม้ของคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน
  3. ควบคุมสมดุลของความเป็นกรดและด่างในเลือด
  4. เป็นส่วนประกอบของสมองและไขสันหลัง

เหล็ก

  1. เป็นส่วนประกอบสำคัญของ “ฮีโมโกลบิน” ในเม็ดเลือดแดง หากร่างกายขาดธาตุเหล็ก จะทำให้เป็นโรคโลหิตจาง
  2. เหล็กยังเป็นส่วนประกอบของกล้ามเนื้อเยื่อต่างๆ โดยทำหน้าที่ขับออกซิเจนที่เลือดนำมาไว้ใช้

ไอโอดีน

ธาตุไอโอดีนมีประโยชน์ต่อร่างกายคือ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของฮอร์โมนที่ผลิตจากต่อมธัยรอยด์ ฮอร์โมนนี้ทำหน้าที่ ควบคุมให้ร่างกายเจริญเติบโตตามปกติ ถ้าร่างกายขาดไอโอดีนจะทำให้ต่อมธัยรอยด์โตขึ้น ซึ่งเรียกว่า “โรคคอพอก”

  1. ข่วยทำให้น้ำในเนื้อเยื่อและหลอดเลือดมีความสมดุล
  2. ช่วยทำให้ระบบต่างๆของร่างกายทำงานปกติ โดยเฉพาะการขับถ่ายของเสียทางไตและผิวหนัง

ฟลูออไรด์จัดเป็นองค์ประกอบ 1 ใน 5 ที่สำคัญของงานทันตกรรมป้องกัน 

การทำความสะอาดฟันและช่องปากโดยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธี การใช้ฟลูออไรด์ การตรวจสอบสุขภาพฟันอย่างสม่ำเสมอทุก 6 เดือน…. ฟลูออไรด์เป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่ใช้ป้องกันโรคฟันผุ สามารถใช้ได้ 2 วิธี คือ

  1. ฟลูออไรด์ที่ใช้ในระบบทั่วร่างกาย คือ การเติมฟลูออไรด์ลงในน้ำหรืออาหารเพื่อให้เด็ก รับประทาน เพื่อมุ่งหวังผลให้ฟลูออไรด์เข้าไปอยู่ในฟันในขณะที่ฟันกำลังมีการเจริญเติบโต ซึ่งสามารถทำได้โดยการเติมฟลูออไรด์ลงในน้ำดื่ม ในนม เสริมในรูปของยาฟลูออไรด์ ในอาหาร เช่น ใบชา อาหารทะเล (ปลาแห้ง กุ้งแห้ง) เนื้อสัตว์ ผัก ในน้ำบาดาล ในอากาศ ในบริเวณที่มีโรงงานถลุงเหล็ก อลูมิเนียม ตะกั่ว ทองแดงจะมีฟลูออไรด์ในอากาศสูง
  2. ฟลูออไรด์เฉพาะที่ คือ การใช้ฟลูออไรด์สัมผัสกับฟันโดยตรง ซึ่งสามารถทำได้โดยการ แปรงฟันด้วยยาสีฟันฟลูออไรด์ การใช้ยาบ้วนปากฟลูออไรด์ การเคลือบฟลูออไรด์โดย ทันตแพทย์ การขัดฟันด้วยสารฟลูออไรด์ การที่ยาฟลูออไรด์สัมผัสกับฟันก่อน

แคลเซียม เป็นเกลือแร่ที่มีมากที่สุดในร่างกาย โดยแคลเซียมทั้งหมดที่มีในร่างกาย 99 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่กระดูกและฟัน ซึ่งทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง แคลเซียมอีก 1 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในเนื้อเยื่อต่างๆ และของเหลวในร่างกาย แคลเซียม มีความจำเป็นต่อกระบวนการเมตาบอลิซึมของเซลล์ การหดตัวของกล้ามเนื้อ และกระตุ้นการส่งผ่านของระบบประสาท

หน้าที่หลักของแคลเซียม คือ ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างของกระดูกและฟัน กระดูกของ ผู้ชายวัยเจริญพันธุ์ ประกอบด้วยแคลเซียมประมาณ 1.2 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีการเคลื่อนย้าย แคลเซียมระหว่างกระดูกและเลือด ตลอดจนส่วนอื่นๆ ของร่างกายอยู่ตลอดเวลาโดยการควบคุม ของฮอร์โมน กระบวนการเมตาบอลิซึมของวิตามินดีมีความสำคัญต่อร่างกายโดยช่วยเพิ่ม การดูดซึมแคลเซียมของกระดูก แคลเซียมยังมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของระบบประสาทและ การหดตัวของกล้ามเนื้อ แคลเซียมยังมีความจำเป็นต่อการแข็งตัวของเลือดเมื่อมีบาดแผล

โครเมียม เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายเพื่อการเจริญเติบโตที่มีสุขภาพที่ดี มันมีความจำเป็นต่อขบวนการแตกของโมเลกุลโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต รองจาก แคลเซียม …โครเมียม ยังเป็นแร่ธาตุที่ได้รับความนิยมมากสำหรับคนอเมริกันที่รับประทานเป็นประจำ และยังเป็นที่ร่างกายต้องการ โครเมียม ในปริมาณ 50 – 200 ไมโครกรัมต่อวัน โครเมียม มีส่วนในการช่วยรักษาปริมาณน้ำตาลในร่างกายให้คงที่ (ในขบวนการย่อยสลายคาร์โบไฮเดรต)

ในงานวิจัยพบว่า โครเมียม เป็นส่วนประกอบของสารที่เรียกว่า GTF (Glucose tolerance factor) โดยทำงานร่วมกับ ไนอาซิน และ กรดอะมิโน อีกหลายชนิด

นอกจากนั้น โครเมียม อาจมีบทบาทในการเพิ่ม HDL หรือ คลอเรสเตอรอล ชนิดดี และ ลดระดับ คลอเรสเตอรอล ทั้งหมด ตังกุยได้จากรากไม้พืชจำพวกคึ่นไช่ (Celery) มีฤทธิ์อุ่น รสหวานอมขมและเผ็ด จากการ วิจัยพบว่าในตังกุยมี น้ำมันระเหยร้อยละ 0.4-0.7 ซูโครสร้อยละ 40 อัลคาลอยด์ วิตามินบี วิตามินบี12 วิต ามินเอ … ตังกุย ยังมีกรดต่าง ๆ เช่น กรดนิโคติน กรดปาลมิติก กรดสเตียริก กรดไมริสติก กรดไขมันไม่อิ่มตัว กรดไลโนเลอิก และไซโทสเตอรอล …ตามตำราจีนกล่าวว่า ตังกุยเหมาะที่จะใช้รักษามะเร็งในผู้หญิงมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม หรือจะเป็นมะเร็งตับ ลูคิเมีย มะเร็งต่อมน้ำเหลือง จากผลการวิจัยใน ห้อง Lab และผลวิจัยทางคลินิกทั้งที่จีน ญี่ปุ่น และเยอรมัน สรุปได้ผลตรงกันว่าสารที่ พบในตังกุยมีฤทธิ์สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตและทำลายเซลล์มะเร็งได้ถึง 50-70%

ตังกุยยังมีสรรพคุณบำรุงเลือด ช่วยให้เจริญอาหาร ทำให้ผิวพรรณมีน้ำมีนวล คนไข้ โรคมะเร็งมักจะเบื่ออาหาร เลือดน้อย ยิ่งหลังผ่าตัดหรือทำเคมีบำบัดมายิ่งซีดยิ่งกินข้าวไม่ลง แพทย์แผนจีนก็จะจ่ายยาตำรับที่เข้าตังกุยให้กินเพื่อบำรุงเลือดและกระตุ้น ให้อยากอาหาร ผู้หญิงที่มีปัญหาเรื่องประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือ คนที่ผอมแห้งแรงน้อย เบื่ออาหาร โลหิตจาง หน้าซีด ตังกุยก็ช่วยได้เหมือนกัน

.

.

.

อ้างอิง

http://www.108health.com/108health/topic_detail.php?mtopic_id=549&sub_id=74&ref_main_id=14

 

7 วิธีรับมือริมฝีปากแห้งแตก

ริมฝีปากนับเป็นผิวหนังที่อ่อนบางอีกส่วนหนึ่ง แต่น่าแปลกที่มันมักถูกละเลย ไม่ได้รับการดูแล เหมือนเช่นเดียวกับผิวหน้าหรือผิวกายวันนี้เรามีเคล็บลับเพื่อปากสวยๆ มาฝาก

 
เพื่อไม่ให้ริมฝีปากถูกทิ้งให้แห้งแตก จนอาจลอกเป็นแผ่น และเลือดไหลซิบ หันมาบำรุงริมฝีปากในอิ่มเอิบ ชุ่มชื้น ด้วยวิธีที่กระปุกดอทคอมนำมาฝากกันในวันนี้ดีกว่าค่ะ
1. ผลัดผิวริมฝีปากอย่างอ่อนโยน
        อากาศแห้งทำให้เรียวปากขาดความชุ่มชื้น เมื่อเผชิญกับอากาศแห้งนาน ๆ เข้า ริมฝีปากก็เริ่มแตก วิธีที่จะช่วยได้คือกระตุ้นการผลัดผิวที่ริมฝีปาก ซึ่งจะทำให้ผิวหนังชั้นบนที่แห้งเป็นขุยค่อย ๆ หลุดลอกออกไป พร้อมเผยผิวริมฝีปากที่สุขภาพดีกว่าขึ้นมา และอย่าลืมใช้ลิปบาล์มเพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปากที่เพิ่งเผยขึ้นมาใหม่ด้วย
2. ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ
        น้ำเป็นปัจจัยสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะเติมความชุ่มชื้น สดชื่น ให้กับร่างกายรวมทั้งริมฝีปาก เพราะฉะนั้นอย่าลืมดื่มน้ำอย่างพอเพียงเพื่อริมฝีปากที่อวบอิ่ม
3. บำรุงด้วยโอเมก้า 3 และ วิตามินเอ
        ริมฝีปากที่ดูเปล่งปลั่งสุขภาพดี ยังมาจากการได้รับวิตามินและเกลือแร่จำเป็น โอเมก้า 3 และ วิตามินเอ ในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื้นได้ ลองปรึกษาเภสัชกรเพื่อรับคำแนะนำในการรับประทานวิตามินเสริม หรือหากได้รับจากการกินอาหารที่มีประโยชน์ได้ก็จะดีมาก
4. เลือกใช้ลิปบาล์มแทนลิปกลอส
        หลายคนมักสับสนในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับริมฝีปากทั้งสองตัวนี้ ลิปบาล์มถูกผลิตขึ้นมาเพื่อบำรุงให้ความชุ่มชื้น และรักษาอาการริมฝีปากแห้งแตกโดยเฉพาะ ในขณะที่ลิปกลอสจัดอยู่ในประเภทเครื่องสำอาง และมักทำหน้าที่เคลือบผิวริมฝีปากให้ดูมันวาวเท่านั้น ทั้งนี้ นอกจากลิปบาล์มจะให้ความรู้สึกเนียนนุ่มชุ่มชื่นกว่าเมื่อทาลงไปแล้ว มันยังมักถูกเติมด้วยสารบำรุงและวิตามินที่มีประโยชน์ต่อริมฝีปากมากกว่าอีกด้วย เพราะฉะนั้นหากกำลังมองหาตัวช่วยรับมือริมฝีปากแห้งแตก มอบหน้าที่นี้ให้กับลิปบาล์มดีกว่าค่ะ
 5. ใช้ลิปสติกที่มีคุณสมบัติบำรุงริมฝีปาก
        หากคุณมักประสบปัญหาริมฝีปากแห้งแตกอยู่บ่อยครั้ง การทาลิปสติกให้สวยคงเป็นไปไม่ได้อย่างใจ ลองหาทางออกด้วยการเลือกใช้ลิปสติกที่มีคุณสมบัติบำรุงริมฝีปากแบบเข้มข้น หรือจะลองใช้ลิปบาล์มที่มีสีก็ได้ เท่านี้ริมฝีปากของคุณก็ดูมีสีสัน สวยได้รูป ทั้งยังดูชุ่มชื้นอิ่มเอิบไปพร้อม ๆ กัน
 6. กินอาหารอย่างถูกหลัก
        อาหารที่กินเข้าไปเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญ ในการชี้ว่าคุณจะมีริมฝีปากที่สุขภาพดีได้หรือไม่ เมนูที่มีซัลเฟอร์สูงอย่าง ไข่ กระเทียม และ หน่อไม้ฝรั่ง จะช่วยให้ผิวพรรณรวมทั้งริมฝีปากดูสดชื่น เต่งตึง นอกจากนี้อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน เอ บี และ ซี ซึ่งพบมากในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ทั้งหลาย แครอท ผักใบเขียว โยเกิร์ตรสธรรมชาติ จะช่วยเรียกริมฝีปากที่สุขภาพดีกลับมาด้วย
 7. พบแพทย์หากอาการปากแห้งแตกไม่ดีขึ้น
        ไม่ว่าจะบำรุงทั้งจากภายนอกหรือภายในอย่างไร ริมฝีปากก็ยังคงแห้งแตกอยู่เหมือนเดิม คุณควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยถึงสาเหตุรวมทั้งรับการรักษาที่เหมาะสม เพราะอาการริมฝีปากแห้งแตกนี้ อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความเจ็บป่วย อย่างโรคโลหิตจาง หรือ อาการผิดปกติทางผิวหนังก็ได้ค่ะ
        หากหมั่นเอาใจใส่บำรุงริมฝีปากตามวิธีเหล่านี้อย่างสมํ่าเสมอแล้ว รับรองได้ว่าริมฝีปากชุ่มชื้นสุขภาพดี แถมยังอิ่มเอิบ น่าจุ๊บ ก็จะอยู่คู่กับสาว ๆ ได้อย่างแน่นอนค่ะ
.
.
.
.
อ้างอิง